กิจกรรมคลินิกเคลื่อนที่

กิจกรรมคลิกนิเคลื่อนที่ ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายสัญชาติ และการลงเก็บข้อมูลคนไร้สัญชาติไร้สถานะ

เมื่อวันที่ 10-12 มีนาคม  2556 เจ้าหน้าที่มูลนิธิศึกษาพัฒนาประชาชนบนที่สูง(พปส.) และนักศึกษาฝึกงาน รวมจำนวนทั้งหมด 8 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่  (พปส.) จำนวน 3 คน 1) คุณแสง แสงยาอรุณ  2) คุณตรีลดา แสงยาอรุณ 3) คุณฐิติญา  เกสรพิทยาพงษ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาราชภัฏเชียงรายจำนวน 3 คน 1)นางสาวเพรชรัตน์ แซ่กือ  2) นางสาวสกุณา แซ่ว่าง 3) นางสาวสายชล แซ่ว่าง รวมถึงนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงราย จำนวน 2 คน 1) นางสาวจารุณี  เชอกอง 2) นางสาวมัทนา โซคากู่ ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิบุคคล จำนวน 3 หมู่บ้าน  ได้แก่  หมู่บ้านเล่าหวาง หมู่ที่ 7 บ้านแสนเมืองโก หมู่ที่ 2  และบ้านขาแหย่ง หมู่ที่ 2 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อรวบรวมข้อมูลจำนวนบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล และทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การขอสถานะต่างด้าวตามมาตรา 17 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง และการขอสัญชาติตามมาตรา 7 ทวิวรรคสอง พระราชบัญญัติสัญชาติ เพื่อนำข้อมูลมาบันทึกในฐานข้อมูลขององค์กรและวิเคราะห์สถานะที่ควรจะเป็นตามเอกสารหลักฐานที่ปรากฏ นำไปสู่การพัฒนาสถานะที่ดีขึ้น

ผลที่ได้รับจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลบุคคลไม่มีสถานะ 3 หมู่บ้าน ซึ่งจำนวนบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลในแต่ละหมู่บ้าน มีดังนี้

ลำดับที่

ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด จำแนกประเภทตามเลขประจำตัว 13 หลัก รวม(คน)
ไม่มี 00 0 6 7 8
บ้านเล่าหวาง

7

เทอดไทย แม่ฟ้าหลวง เชียงราย 155 32 193 65 445
บ้านแสนเมืองโก

2

เทอดไทย

แม่ฟ้าหลวง

เชียงราย

78

13

157

61

309

บ้านขาแหย่ง

2

เทอดไทย

แม่ฟ้าหลวง

เชียงราย

8

2

58

41

109

รวม (คน) 241 47 408 167

863

 

จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในแต่ละครั้งเจอปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง คือ ภาษาในการสื่อสาร เนื่องจากพื้นที่ส่วนมากแล้วจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ บางคนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ และทีมงานสำรวจไม่สามารถสื่อสารภาษาชาติพันธุ์ได้ทุกภาษา จึงยากต่อการสื่อสาร ชาวบ้านบางครอบครัวไม่มีเอกสารที่แสดงตน เนื่องด้วยหลายสาเหตุ เช่น การอพยพเข้ามาใหม่ บางคนอยู่นานแล้ว แต่ตกสำรวจ และยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ให้ข้อมูลขัดแย้งกับเอกสาร และยังรวมถึงปัญหาด้านสถานะเป็นเรื่องละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของผลประโยชน์ ทำให้การร่วมมือของแก่นนำในบางพื้นที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร